2008/Jun/26


รูปประกอบ: น้ำแข็งไส Cookie n' Cream

เย็นวันนี้ผมมีนัดเวลา 6 โมงเย็น แต่ก็ไม่ใช่คลาสสำคัญอะไรมาก ผมออกจากบ้าน 5 โมงไปถึงที่นัดหมาย 5โมงครึ่ง ที่นั่นผมได้รู้ว่า จริงๆแล้วเวลานัดคือ 4 โมงเย็น..

ผมซึ่งเบื่อที่จะอยู่บ้านคนเดียว ประกอบกับอยู่ในช่วงอารมณ์แปรปรวน จึงตัดสินใจว่าจะไปบ้านเพื่อนเก่าเพื่อนแก่คนหนึ่ง เจ้าเพื่อนคนนี้นอกจากจะอยู่ด้วยแล้วสบายใจแล้ว ผมก็รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยในบ้านของเขา ครอบครัวของเขา เป็นเพื่อนไม่กี่คนที่ได้เห็นน้ำตาของผม ผมรักครอบครัวเขาเหมือนญาติทีเดียว

แต่แล้ว เมื่อผมโทรไปเช็ค พบว่าเขาไม่อยู่บ้าน..

ด้วยความที่ไม่ต้องการกลับบ้านจึงเข้าไปเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าอย่างโดดเดี่ยว หลังจากเดินฆ่าเวลาเล่นอยู่นาน ผมหนีบนิตยสาร a day มาหนึ่งเล่มและตัดสินใจกลับบ้าน

 ก่อนที่จะออกจากห้างสรรพสินค้าผมเห็นร้านน้ำแข็งไสดูกิ้บเก๋ชื่อร้านว่า Ice Monster จำได้ว่าน้องสาวเคยซื้อกิน ด้วยความอยากรู้อยากเห็นผมจึงเข้าไปดูเมนูเผื่อว่าอยากลองซื้อกินบ้าง

Cookie n' Cream อืม.. ชื่อกิ้บเก๋ยูเรก้า เหมือนไอศครีมไม่มีผิด ผมจึงสั่งรายการเขาไป

"Cookie n' Cream ครับ"
"89 บาทค่ะ"
"..."
ผมสะอึกทีเดียว เกิดมาชาตินี้ไม่เคยกินน้ำแข็งไสราคาต่อถ้วยเกิน 10 บาท ด้วยความที่สั่งไปแล้วจึงยอมควักแบงค์ร้อยจ่ายไป
"เงินทอน 11 บาทค่ะ"
"เก็บไว้ซื้อข้าวกินเถอะครับ สงสัยหมดตัวไปกับน้ำแข็งไสแล้ว" ผมตอบในใจแล้วหยิบเงินทอน และ ยืนดูพนักงานทำน้ำแข็งไสราคา 89 บาท

พนักงานคนหนึ่งหยิบถ้วยกระดาษให้พนักงานประจำเครื่องไสน้ำแข็งที่อาศัยอยู่ในห้องคลุมผ้า เขาไสน้ำแข็งไสใส่ให้พูนถ้วยจนความสูงของกองน้ำแข็งไสสูงกว่าถ้วยเสียเกินเท่าตัวทีเดียว
และพนักงานไสน้ำแข็งก็ส่งถ้วยต่อให้พนักงานโรยเครื่อง

ช่างเป็นน้ำแข็งไสหนึ่งถ้วยที่ใช้ความสามัคคีจริงๆ

พนักงานเทน้ำเชื่อมสองประเภทใส่ถ้วยเสียโชก แล้วเขย่าๆถ้วยจนน้ำแข็งที่สูงเกินเท่าตัวของถ้วยลงมาอัดแน่นกันในถ้วยได้ จากนั้นจึงจัดแจงโรยผงโอรีโอ้บด ปักด้วยโอรีโอ้สองชิ้น สุดท้ายจึงโรย mash mellow ราดน้ำ chocolate เสียพูนถ้วย

ในที่สุดด้วยก็ถูกส่งเข้ามือผม อันที่จริงแล้วผมอยากจะลองชิมเสียเดียวนั้น แต่เมื่อลองปักช้อนลงในถ้วยแล้ว ผงโอรีโอ้ส่วนหนึ่งก็หล่นกระจายเต็มพื้น.. เขาโรยมาพูนถ้วยจริงๆผมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เดินไปหาที่นั่งหน้าห้างสรรพสินค้าและลงมือตักของในถ้วยเข้าปาก..

... นี่มัน. รสชาติมันเหมือน..
ผงโอรีโอ้..

คำแรกของผมไม่มีน้ำแข็งใสผสมอยู่แม้แต่น้อย ผมต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อขุดน้ำแข็งใสขึ้นมาจากกองโอรีโอ้ป่น แล้วผมก็ตักเข้าปากอีกหนึ่งคำ

... รู้งี้ผมเก็บเงินไปซื้อน้ำแข็งไสน้ำแดงราดนมข้นดีกว่า

ผมอยากจะทิ้งเสียเดี๋ยวนั้นก็เสียดายเงิน 89 บาท ผมนั่งคิดถึงรสชาติ คิดว่าจะทิ้งหรือจะกินต่อดี คิดว่าจะไม่ซื้อกินอีกแล้ว คิดว่าจะเอามาเขียนลงblog แล้วความคิดก็พาผมออกจากตัว เข้าไปในความโดดเดี่ยวที่ผมพยายามหลีกหนี

อ้าว.. น้ำแข็งไส.. หมดถ้วยซะแล้ว..

ผมสลัดความเดียวดาวออกลุกขึ้นทิ้งถ้วยกระดาษลงถัง ถ้วยกระดาษนอนอยู่ก้นถังพลาสติกใสโดยมีช้อนพลาสติกเป็นเพื่อน

ผมอิจฉาอย่างไร้สาระเล็กๆ

ขณะขึ้นแทกซี่กลับบ้านก็สะดุดคิดได้ว่า..

"ไว้ลองสั่งรสแคนตาลูปดีกว่า.."